บางคนเห็นเราทำโน่นนี่นั่น...เค้าคงจะหาว่าเราทำเอาหน้า...หรือเสือกทำเองว่างั้น
แล้วจะให้ทำไง...ถ้าเราไม่ทำใครจะทำ...และเราก็รู้ถ้าทำต้องเหนื่อยแน่นอน...ก็ต้องยอม
เมื่อเราตัดสินใจจะทำอะไรก็จง...ยอมรับกับสิ่งที่ได้มา...ไม่ว่าจะเป็นความเหน็จเหนื่อย
หรือแม้แต่เสียงชื่นชม...หรือติฉินนินทา...ไม่มีทางที่ทุกคนจะคิดกับเราในแง่ดีแน่นอน
เพราะเป็นคนงาน...ใครอาจจะว่าเรา...เอาหน้าก็ได้...เฮ้อมนุษย์หนอมนุษย์
บางครั้งก็รู้สึกท้อ...กับสิ่งที่ทำอยู่..แต่เมื่อหันกลับไปมองน้องๆที่ต้องการคนช่วย
อาทรมณ์ที่แบบไม่ค่อยรู้จักใคร...ไกลบ้าน...ไกลคนที่รักแล้วเจอสิ่งใหม่มันย่อม
ว้าเหว่เป็นธรรมดา...การที่เราทำสิ่งดีๆให้กับคนอื่นถึงแม้จะเหนื่อยก็ยังดีที่เราไม่ได้อยู่เฉยๆ
ทำตัวเป็นพวกไร้ประโยชน์ในสังคมไปวันๆ...เหนื่อยกายพักแปบเดียวเดี๋ยวก็หาย...แต่อย่าให้เหนื่อยใจเชียวนะ...อิอิ
วันนี้...นั่งอยู่หน้าคอมคุยกะเพื่อนที่สนิทระบายความเหนื่อยยาก...น้ำตาไหลออกมาเฉย(สงสัยอารมณ์ร่วมอะ)
คนเราเวลามันจะทุกข์เรื่องเล็กน้อยน้ำตามันก็ไหลออกมาเองอะนะ....สิ่งที่เรทำไม่ได้หวังให้ใครมาเห็นใจหรอก
แต่อยากจะขอแค่อย่ามามองกันผิด...แต่เราเองก็ไม่ได้คิดมากยุละ...จะมองยังไงก็แล้วแต่เพราะคนเรามีพื้นฐานต่างกัน
มองได้หลายมุม...
วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553
บ้านเมืองของเรา...

วันที่ทุกอย่างอยู่ในมือของคุณ?
ในเมื่อวันนี้ชาติบ้านเมืองแทบจะไม่เหลือความหวัง..
อัตพาลครองเมือง..แล้วประชาชนจะอยู่อย่างไร???
ทุกสถาบันกำลังอ่อนล้าถอยลงอย่างน่ากลัว...ด้วยความเสื่อมถอยของสภาพสังคมในขณะนี้
รวมถึงการว่างเฉยของเหล่าผู้ที่มีหน้าที่และตำแหน่งในบ้านเมือง...ที่ไม่กระทำการใดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...
ดังนั้น...ถ้าถึงวันที่เรา..เหล่าคนไทย..ที่จงรักภักดีต่อแผ่นดินและในหลวง...จะลุกขึ้นมาปกป้องสิ่งที่เรารักร่วมกัน
หากรัฐ...ยังไม่คิดจะทำอะไร...วันนั้นของประชาชนต้องมาถึงแน่นอน...เราต้องหยุดยังอำนาจมืดและความคิดอันเลวร้าย..
ของบุคลบางกลุ่ม...ที่มิอาจยอมรับได้....คงไม่ผิดที่เราจะ..ออกมาทวงความสงบของบ้านเมือง
และรักษาสถาบันหลักของชาติแม้ต้องแรกด้วยชีวิตก็ตาม.........
สักวันหนึ่ง...เธอจะรู้ว่าครูรัก
บทความตอนหนึ่ง ในหนัง....
แล้วคุณจะรู้ว่า .. ในขณะที่ครูตีเรา เราไม่เคยรู้เลย ว่าครูก็แอบร้องไห้ และเจ็บปวด
ในขณะที่เรากำลังเผชิญปัญหาที่หนักหน่วง
ครูจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เรารอด แม้จะต้องเสียความเชื่อมั่น
อุดมการณ์และกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ในใจของครูไป
แล้วคุณจะรู้ว่า .. ในขณะที่ครูตีเรา เราไม่เคยรู้เลย ว่าครูก็แอบร้องไห้ และเจ็บปวด
ในขณะที่เรากำลังเผชิญปัญหาที่หนักหน่วง
ครูจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เรารอด แม้จะต้องเสียความเชื่อมั่น
อุดมการณ์และกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ในใจของครูไป
วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553
เทวดาที่มีลมหายใจ....
หลายคนคงจะงงๆว่า"เทวดา"ที่ว่านี้ทำไมถึงมีลมหายใจ....เพราะปกติุตามความ เชื่อของคนเราทั่วไปเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งที่เรามองไม่เห็นนั้นจะไม่มีชีวิต
แต่จะเป็นเพียงความเชื่อของแต่ละบุคลเท่านั้น...โดยส่วนมากถ้าพูดถึงคน ไทย...นอกจากพระสงฆ์ พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ครู อาจารย์แล้ว คนไทยจะมีลักษณะพิเศษ
คือไหว้ไปหมด..ก้อนหิน รูปปั้น แม้แต่สัตว์ต่างๆ รวมถึงผัก พืชต่างๆที่กำเนิดขึ้นมาแบบผิดธรรมชาติ หรือมีรูปร่างที่ผิดเพี้ยนไปทางปกติแล้ว...คนไทยก็จะไหว้จะจุดธูปจุดเทียน กัน
จนควันโขมงไปหมด...นั่นจะเรียกว่าเป็นสิ่งที่คนไทยทำกันเป็นเรื่องปกติ คือ การเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น การอ้อนวอนขอสิ่งต่างๆจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น.....
แต่เคยรู้มั๊ยว่า...มีอยู่คนนึงที่เปรียบเหมือนเทวดา....ที่มีลมหายใจ...ที่ บรรดาลอะไรให้คนไทยได้หลายๆอย่าง...แทบทุกสิ่งเลยด้วยซ้ำ...
แต่คนไทยกลับหลงลืมที่จะกราบไหว้และสำนึกในบุญคุญของท่าน....
ภาคอีสาน...แห้งแร้ง...ไม่มีน้ำกินน้ำใช้ ทำพิธีแห่นางแมว...เอาแมวตัวนึงมาขอฝนจากเทวดา...ไม่ผิดหรอกเพราะเป็นความ เชื่อของพวกเขา
ทำไปแล้วไม่ได้เดือดร้อนใคร....แต่มีเทวดาพระองค์นึงทรงมองเห็นความเดือน ร้อนของประชาชน...จึงได้คิดค้น...การทำฝนเทียมขึ้น
มีประเทศใดบ้างที่หน้าแล้วแล้วทำให้มีฝนตกได้....นอกจากเมืองไทย...เพราะ เมืองไทยมีฝนเทียม...ซึ่งมาจากเทวดา(ที่มีลมหายใจ)
ภาคเหนือ...มีปัญหาเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ราบสูงที่...ไม่มีอาชีพทำ ได้แต่ถางป่า...ปลูกฝิน ปลูกสิ่งผิดกฎหมาย...เทวดาพระองค์นี้ก็ได้ให้อาชีพ...
หางานให้ทำจนพวกเขาสามารถที่จะยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง
ภาคกลาง...ปัญหาน้ำท่วม...น้ำที่สะสมในช่วงหน้าฝนที่ไหลหลากจากภาคเหนือ ลงมาแล้วเกิดการระบายไม่ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมในส่วนของภาคกลาง
ร่วมถึงกรุงเทพมหานครฯ และพื้นที่เพาะปลูกที่จะเสียหาย เพราะน้ำจะเข้าไปท่วมไปขังทำให้เสียหาย...
เทวดาพระองค์เดียวกันนั้นก็ทรงคำนวณ ปริมาณของน้ำว่าควรจะปล่อยเท่าไหร่ และเมื่อไหร่และยังทำโครงการแก้มลิงอีก เมื่อน้ำมาก็เก็บไว้ส่วนหนึ่งเพื่อไว้ใช้ยามจำเป็น
เทวดาพระองค์นี้ทรงประเสริฐเหลือเกิน
ภาคใต้ ปัญหาของดินที่เค็มจนทำการเพาะปลูกไม่ได้ เทวดาพระองค์เดิม..ก็ทรงคิดค้นวิธีการที่เรียกว่าแกล้งดิน จนทำให้ดินที่เค็มนั้น กลับมาเป็นดินปกติที่ประชาชนสามารถทำการเพราะปลูกได้..
ทุกภาคของประเทศไทยล้วนแต่มีเทวดาพระองค์เดียวกัน....ที่มีแต่ให้กับคนไทยมา ตลอด..
แล้วเราคนไทย...เคยคิดที่จะตอบแทนอะไรเทวดาที่มีลมหายใจองค์นี้บาง เทวดาที่เราสามารถ สัมผัสได้ สามารถมองเห็นได้....จับต้องได้...
วันนี้คนไทยกำลังทำอะไรที่ตอบแทนท่าน....
เทวดาพระองค์นี้ไม่ใช่ใคร...ถ้าไม่ใช่.."ในหลวง"ของคนไทย
หลายคนคงจะงงๆว่า"เทวดา"ที่ว่านี้ทำไมถึงมีลมหายใจ....เพราะปกติุตามความ เชื่อของคนเราทั่วไปเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งที่เรามองไม่เห็นนั้นจะไม่มีชีวิต
แต่จะเป็นเพียงความเชื่อของแต่ละบุคลเท่านั้น...โดยส่วนมากถ้าพูดถึงคน ไทย...นอกจากพระสงฆ์ พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ครู อาจารย์แล้ว คนไทยจะมีลักษณะพิเศษ
คือไหว้ไปหมด..ก้อนหิน รูปปั้น แม้แต่สัตว์ต่างๆ รวมถึงผัก พืชต่างๆที่กำเนิดขึ้นมาแบบผิดธรรมชาติ หรือมีรูปร่างที่ผิดเพี้ยนไปทางปกติแล้ว...คนไทยก็จะไหว้จะจุดธูปจุดเทียน กัน
จนควันโขมงไปหมด...นั่นจะเรียกว่าเป็นสิ่งที่คนไทยทำกันเป็นเรื่องปกติ คือ การเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น การอ้อนวอนขอสิ่งต่างๆจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น.....
แต่เคยรู้มั๊ยว่า...มีอยู่คนนึงที่เปรียบเหมือนเทวดา....ที่มีลมหายใจ...ที่ บรรดาลอะไรให้คนไทยได้หลายๆอย่าง...แทบทุกสิ่งเลยด้วยซ้ำ...
แต่คนไทยกลับหลงลืมที่จะกราบไหว้และสำนึกในบุญคุญของท่าน....
ภาคอีสาน...แห้งแร้ง...ไม่มีน้ำกินน้ำใช้ ทำพิธีแห่นางแมว...เอาแมวตัวนึงมาขอฝนจากเทวดา...ไม่ผิดหรอกเพราะเป็นความ เชื่อของพวกเขา
ทำไปแล้วไม่ได้เดือดร้อนใคร....แต่มีเทวดาพระองค์นึงทรงมองเห็นความเดือน ร้อนของประชาชน...จึงได้คิดค้น...การทำฝนเทียมขึ้น
มีประเทศใดบ้างที่หน้าแล้วแล้วทำให้มีฝนตกได้....นอกจากเมืองไทย...เพราะ เมืองไทยมีฝนเทียม...ซึ่งมาจากเทวดา(ที่มีลมหายใจ)
ภาคเหนือ...มีปัญหาเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ราบสูงที่...ไม่มีอาชีพทำ ได้แต่ถางป่า...ปลูกฝิน ปลูกสิ่งผิดกฎหมาย...เทวดาพระองค์นี้ก็ได้ให้อาชีพ...
หางานให้ทำจนพวกเขาสามารถที่จะยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง
ภาคกลาง...ปัญหาน้ำท่วม...น้ำที่สะสมในช่วงหน้าฝนที่ไหลหลากจากภาคเหนือ ลงมาแล้วเกิดการระบายไม่ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมในส่วนของภาคกลาง
ร่วมถึงกรุงเทพมหานครฯ และพื้นที่เพาะปลูกที่จะเสียหาย เพราะน้ำจะเข้าไปท่วมไปขังทำให้เสียหาย...
เทวดาพระองค์เดียวกันนั้นก็ทรงคำนวณ ปริมาณของน้ำว่าควรจะปล่อยเท่าไหร่ และเมื่อไหร่และยังทำโครงการแก้มลิงอีก เมื่อน้ำมาก็เก็บไว้ส่วนหนึ่งเพื่อไว้ใช้ยามจำเป็น
เทวดาพระองค์นี้ทรงประเสริฐเหลือเกิน
ภาคใต้ ปัญหาของดินที่เค็มจนทำการเพาะปลูกไม่ได้ เทวดาพระองค์เดิม..ก็ทรงคิดค้นวิธีการที่เรียกว่าแกล้งดิน จนทำให้ดินที่เค็มนั้น กลับมาเป็นดินปกติที่ประชาชนสามารถทำการเพราะปลูกได้..
ทุกภาคของประเทศไทยล้วนแต่มีเทวดาพระองค์เดียวกัน....ที่มีแต่ให้กับคนไทยมา ตลอด..
แล้วเราคนไทย...เคยคิดที่จะตอบแทนอะไรเทวดาที่มีลมหายใจองค์นี้บาง เทวดาที่เราสามารถ สัมผัสได้ สามารถมองเห็นได้....จับต้องได้...
วันนี้คนไทยกำลังทำอะไรที่ตอบแทนท่าน....
เทวดาพระองค์นี้ไม่ใช่ใคร...ถ้าไม่ใช่.."ในหลวง"ของคนไทย
วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ิอันความรัก
ความรักคือความพร้อมที่จะช่วยเหลือและรับผิดชอบ
ดังนั้นจึงเสียสละและกระทำได้บนความเบิกบานใจ
ความรักมีพฤติกรรมอันจำกัดรูปแบบมิได้
ดังนั้นจึงอยู่เหนือการอ้างอิง และวิจารณ์
ความรักไม่เรียกร้อง และไม่หวาดระแวง
ดังนั้นไม่ว่าสิ่งใดเกิดขึ้นล้วนมั่นใจในรักเสมอ
ความรักไม่อาจเสาะหา แต่ให้ได้ไม่รู้หมด
ดังนั้นยิ่งเสาะหายิ่งหาไกล ยิ่งให้ยิ่งมีมากขึ้น
ความรักทำลายความกลัว และความเศร้าหมอง
ดังนั้นจึงปลดเปลื้องพันธนาการแห่งความลุ่มหลง
ความรักเป็นสัมพันธภาพที่เหนือกว่าพันธะทั้งมวล
ดังนั้นความรักเท่านั้นที่จะสร้างสันติภาพขึ้นได้
ความรักหล่อเลี้ยง และเป็นพลังที่แท้จริงของชีวิต
ดังนั้นไร้รัก ชีวิตก็ย่อมจืดชืด และสิ้นคุณค่า
"ความรักย่อมไม่ปฏิเสธสิ่งใด แม้กระทั่งความเกลียด"
โดยท่าน ว. วชิรเมธี
ดังนั้นจึงเสียสละและกระทำได้บนความเบิกบานใจ
ความรักมีพฤติกรรมอันจำกัดรูปแบบมิได้
ดังนั้นจึงอยู่เหนือการอ้างอิง และวิจารณ์
ความรักไม่เรียกร้อง และไม่หวาดระแวง
ดังนั้นไม่ว่าสิ่งใดเกิดขึ้นล้วนมั่นใจในรักเสมอ
ความรักไม่อาจเสาะหา แต่ให้ได้ไม่รู้หมด
ดังนั้นยิ่งเสาะหายิ่งหาไกล ยิ่งให้ยิ่งมีมากขึ้น
ความรักทำลายความกลัว และความเศร้าหมอง
ดังนั้นจึงปลดเปลื้องพันธนาการแห่งความลุ่มหลง
ความรักเป็นสัมพันธภาพที่เหนือกว่าพันธะทั้งมวล
ดังนั้นความรักเท่านั้นที่จะสร้างสันติภาพขึ้นได้
ความรักหล่อเลี้ยง และเป็นพลังที่แท้จริงของชีวิต
ดังนั้นไร้รัก ชีวิตก็ย่อมจืดชืด และสิ้นคุณค่า
"ความรักย่อมไม่ปฏิเสธสิ่งใด แม้กระทั่งความเกลียด"
โดยท่าน ว. วชิรเมธี
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
คุณค่าของ ครู
วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
เท่าที่รู้....
แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝนต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืน
ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำคนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้
ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนทั้งวันก็ยังโง่เท่าเดิม
นัยอันล้ำลึกของคำว่า “ขอบคุณ”
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ
ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน
ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ…
โดยท่าน ว. วชิรเมธี
ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำคนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้
ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนทั้งวันก็ยังโง่เท่าเดิม
นัยอันล้ำลึกของคำว่า “ขอบคุณ”
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ
ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน
ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ…
โดยท่าน ว. วชิรเมธี
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ใกล้ถึง...วันแห่งความรัก.. 14 กุมภาพันธ์
หลายคนคงตื่นเต้นโดนเฉพาะเหล่าบรรดาวัยรุ่นทั้งหลาย กับวันอันแสนสวยของพวกเขา วันวาเลนไทน์ ซึ่งจะเป็นวันที่แลดูมีความสุข และการตลาดจะดีเพราะจะมีเงินสะพัดมากทีเดียวทั้งดอกไม้ที่แพงจนแทบไม่น่าเชื่อหรือของขวัญที่ต่างพากันอัพราคาขึ้นในวันนี้แค่วันเดียว....แต่ก็มีคนซื้อ เชื่อเค้าเลยจริง
วาเลนไทน์นี้ไม่ใช่ประเพณีหรือวัฒนธรรมของไทยเราแต่เป็นวัฒนธรรมของต่างชาติ แต่คนไทยนี้ต่างวิ่งตามกันเป็นแถวๆๆ ในขณะที่วัฒนธรรมของไทยเองต่างไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควรและต่างเลือนรางลงไปเต็มที... คุณว่ามั๊ย
วาเลนไทน์นี้ไม่ใช่ประเพณีหรือวัฒนธรรมของไทยเราแต่เป็นวัฒนธรรมของต่างชาติ แต่คนไทยนี้ต่างวิ่งตามกันเป็นแถวๆๆ ในขณะที่วัฒนธรรมของไทยเองต่างไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควรและต่างเลือนรางลงไปเต็มที... คุณว่ามั๊ย
วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
เรื่องเล่า...ให้กำลังใจ
"""""""""
หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีโจร ชื่อ “เสือไบ”
เสือไบ เป็นโจรที่มีคุณธรรม ปล้นทรัพย์สินคนรวย มาช่วยคนยากจน
..
แต่เนื่องจากเป็นคนดุดัน พูดจริงทำจริง คำไหนคำนั้น
จึงเป็นทั้งที่รักเคารพและเกรงกลัวของคนในหมู่บ้าน
วันหนึ่ง เป็นวันเกิดของเสือไบ ชาวบ้านจะจัดงานเลี้ยงฉลองให้
เสือไบ จึงประกาศบอกเพื่อนบ้านว่า
“ให้มาอวยพรวันเกิดมือเปล่าก็พอ ห้ามนำอะไรติดไม้ติดมือมาให้เด็ดขาด”
(เสือไบ กลัวเพื่อนบ้านจะลำบาก และ เสียค่าใช้จ่ายเกินเหตุ)
พอถึงวันงาน ทิดมี ก็คิดว่า
“ถ้าไม่มีอะไรติดไม้ติดมือไปเลยจะน่าเกลียด”
ว่าแล้ว ทิดมี จึงหิ้วมังคุด ไปฝากเสือไบ หนึ่ง กิโล
เมื่อไปถึงงาน เสือไบเห็นทิดมี เอามังคุดมาให้ ก็โกรธมาก
ที่ทิดมีไม่เชื่อในคำสั่งของตน
เสือไบจึงสั่งให้ลูกน้อง นำมังคุดให้ทิดมีกิน โดยไม่ต้องปอกเปลือก
ทิดมีตกใจ ...อ้อนวอนเสือไบ แต่ก็ไม่เป็นผล
ทิดมีจึงจำต้องกินมังคุดทั้งเปลือก อย่างทุกข์ระทมที่สุด
เมื่อกินหมดลูกแรก เสือไบก็สั่งให้กินลูกที่สอง และสาม
ทิดมี ขอร้องอ้อนวอน เสือไบ มากกว่าเดิมอีก
เพราะลำพังกินลูกเดียวก็จะแย่อยู่แล้ว จะกินต่อยังงัยไหว
แต่ก็ไม่เป็นผล ทิดมีจึงกินมังคุดลูกที่สองและสามจนหมด
เสือไบสั่งให้กินลูกที่ สี่ และห้า อีก ....แต่คราวนี้
ทิดมีกลับไม่ขอร้องอ้อนวอนเสือไบ อีกแล้ว
แต่กลับมีรอยยิ้มและแถมยังหัวเราะอย่างมีความสุขเสียอีก
.....
.....
ทุกคนก็เลยสงสัยว่า มันอร่อยตรงไหน ไอ้เปลือกมังคุดเนี่ย
เสือไบ “หัวเราะอะไร ....ไอ้ทิดมี”
ทิดมี “เปล่าหรอกครับ เพียงแต่ตอนที่ข้าหิ้วมังคุดมา
พอดีสวนทางกับทิดมา เห็นมันถือทุเรียนมาสองลูก
บอกว่าจะนำมาฝากท่านเสือไบ”
(ทิดมี คิดว่าหากทิดมาได้กินทุเรียนทั้งเปลือกจะเป็นอย่างไร ...555)
ในยามที่เราตกที่นั่งลำบากหรือท้อแท้สุดๆ
..
ให้นึกถึงคนที่ยากลำบากกว่าเรา (ซึ่งในโลกนี้ยังมีอีกเยอะ)
แล้วจะทำให้เรายิ้มสู้ขึ้นมาได้
เหมือนทิดมี ที่เมื่อคิดถึงทิดมา แล้วรู้ว่า
ทิดมาตกที่นั่งลำบากกว่าเราแน่ จึงยิ้มสู้ต่อไปได้
เพราะยังมีคนที่ลำบากบนเส้นทางเดียวกันเป็นเพื่อนเราอยู่
หรือบางคน...อาจลำบากกว่าเราหลายเท่าด้วยซ้ำไป......
52040133 กุลชาติ แสงทอง
หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีโจร ชื่อ “เสือไบ”
เสือไบ เป็นโจรที่มีคุณธรรม ปล้นทรัพย์สินคนรวย มาช่วยคนยากจน
..
แต่เนื่องจากเป็นคนดุดัน พูดจริงทำจริง คำไหนคำนั้น
จึงเป็นทั้งที่รักเคารพและเกรงกลัวของคนในหมู่บ้าน
วันหนึ่ง เป็นวันเกิดของเสือไบ ชาวบ้านจะจัดงานเลี้ยงฉลองให้
เสือไบ จึงประกาศบอกเพื่อนบ้านว่า
“ให้มาอวยพรวันเกิดมือเปล่าก็พอ ห้ามนำอะไรติดไม้ติดมือมาให้เด็ดขาด”
(เสือไบ กลัวเพื่อนบ้านจะลำบาก และ เสียค่าใช้จ่ายเกินเหตุ)
พอถึงวันงาน ทิดมี ก็คิดว่า
“ถ้าไม่มีอะไรติดไม้ติดมือไปเลยจะน่าเกลียด”
ว่าแล้ว ทิดมี จึงหิ้วมังคุด ไปฝากเสือไบ หนึ่ง กิโล
เมื่อไปถึงงาน เสือไบเห็นทิดมี เอามังคุดมาให้ ก็โกรธมาก
ที่ทิดมีไม่เชื่อในคำสั่งของตน
เสือไบจึงสั่งให้ลูกน้อง นำมังคุดให้ทิดมีกิน โดยไม่ต้องปอกเปลือก
ทิดมีตกใจ ...อ้อนวอนเสือไบ แต่ก็ไม่เป็นผล
ทิดมีจึงจำต้องกินมังคุดทั้งเปลือก อย่างทุกข์ระทมที่สุด
เมื่อกินหมดลูกแรก เสือไบก็สั่งให้กินลูกที่สอง และสาม
ทิดมี ขอร้องอ้อนวอน เสือไบ มากกว่าเดิมอีก
เพราะลำพังกินลูกเดียวก็จะแย่อยู่แล้ว จะกินต่อยังงัยไหว
แต่ก็ไม่เป็นผล ทิดมีจึงกินมังคุดลูกที่สองและสามจนหมด
เสือไบสั่งให้กินลูกที่ สี่ และห้า อีก ....แต่คราวนี้
ทิดมีกลับไม่ขอร้องอ้อนวอนเสือไบ อีกแล้ว
แต่กลับมีรอยยิ้มและแถมยังหัวเราะอย่างมีความสุขเสียอีก
.....
.....
ทุกคนก็เลยสงสัยว่า มันอร่อยตรงไหน ไอ้เปลือกมังคุดเนี่ย
เสือไบ “หัวเราะอะไร ....ไอ้ทิดมี”
ทิดมี “เปล่าหรอกครับ เพียงแต่ตอนที่ข้าหิ้วมังคุดมา
พอดีสวนทางกับทิดมา เห็นมันถือทุเรียนมาสองลูก
บอกว่าจะนำมาฝากท่านเสือไบ”
(ทิดมี คิดว่าหากทิดมาได้กินทุเรียนทั้งเปลือกจะเป็นอย่างไร ...555)
ในยามที่เราตกที่นั่งลำบากหรือท้อแท้สุดๆ
..
ให้นึกถึงคนที่ยากลำบากกว่าเรา (ซึ่งในโลกนี้ยังมีอีกเยอะ)
แล้วจะทำให้เรายิ้มสู้ขึ้นมาได้
เหมือนทิดมี ที่เมื่อคิดถึงทิดมา แล้วรู้ว่า
ทิดมาตกที่นั่งลำบากกว่าเราแน่ จึงยิ้มสู้ต่อไปได้
เพราะยังมีคนที่ลำบากบนเส้นทางเดียวกันเป็นเพื่อนเราอยู่
หรือบางคน...อาจลำบากกว่าเราหลายเท่าด้วยซ้ำไป......
52040133 กุลชาติ แสงทอง
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

